หลายคนอาจคุ้นเคยกับรายการ "Shell English Quiz" รายการโทรทัศน์เพื่อการศึกษาด้านภาษาอังกฤษ เพราะเป็นรายการที่ออกอากาศมานานกว่า 40 ปี ซึ่งถ้าจะบอกว่าเป็นรายการโทรทัศน์เพื่อการศึกษากึ่งเกมโชว์รุ่นแรกๆ คงไม่ผิดนัก ทว่าวันนี้รายการดังกล่าวยังคงทำหน้าที่ของมันไม่เปลี่ยนแปลง โดยใช้ชื่อใหม่ว่า "Shell Quiz on the Road 2007" นางสุทัศนี ทับทิม ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด เล่าให้ฟังว่า จริงๆ แล้ว รายการของเราเหมือนเป็นสนามทดสอบคนเก่งนะ หลายคนที่มีชื่อเสียงตอนนี้ หากย้อนไปก็เคยประลองเวทีนี้มาแล้วหลายคน อย่างเช่นคุณไตรภพ ลิมปพัทธ์ พิธีกรชื่อดังก็เคยร่วมแข่งรายการนี้มาก่อน
"จะว่าไปแล้ว 42 ปี กับการทำรายการโทรทัศน์เพื่อการศึกษา มันต้องใช้ความอดทนสูง เพราะเป็นรายการที่ต้องใส่เนื้อหาสาระวิชาการเข้าไป ทำอย่างไรให้รายการไม่น่าเบื่อ ก็พยายามปรับรูปแบบรายการมาตลอด ตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ซึ่งออกอากาศมาแล้วแทบจะครบทุกช่อง ตั้งแต่รุ่นบุกเบิกสมัย ช่อง 4 บางขุนพรหม ช่อง 7 ช่อง 5 จนล่าสุดมาอยู่ที่ช่อง 11 โดยรายการไม่เคยเปลี่ยนคอนเซปต์ ยังคงมุ่งเน้นส่งเสริมทักษะการใช้ภาษาอังกฤษของนักเรียนมัธยมปลาย และให้ความรู้ภาษาอังกฤษและความรู้ทั่วไป"
นางสุทัศนี บอกว่า ปีนี้รายการของเรามีการปรับเปลี่ยนรูปแบบรายการใหม่ ให้มีความทันสมัยมากขึ้น โดยร่วมมือกับทางทีม NJ Magazine และ Nation Channel ในเครือบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เนื่องจากที่ผ่านมารายการมีข้อจำกัดเรื่องกลุ่มเป้าหมายที่แคบ เพราะต้องผลิตรายการในห้องสตูดิโอ ซึ่งก็จะอยู่ในกรุงเทพฯ ทำให้ผู้ร่วมเข้าแข่งขันไม่หลากหลาย เลยคิดว่าทำอย่างไรให้คนกลุ่มนี้ขยายวงกว้างออกไป จึงเป็นที่มาของชื่อรายการใหม่ว่า Shell Quiz on the Road 2007
"เราจะเดินทางไปตามโรงเรียนต่างๆ เพื่อจัดการแข่งขันในระดับมัธยมปลาย ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ซึ่งโครงการต้องคัดเลือกโรงเรียนให้เหลือในรอบแรก 64 โรง จากที่สมัครเข้ามากว่า 100 แห่ง เพื่อที่จะจัดสายแข่งขันตามภาคต่างๆ ซึ่งระยะเวลาการแข่งขันจะเริ่มตั้งแต่ช่วงเดือนก.ค. -ธ.ค. 2550 แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 7 แห่ง และต่างจังหวัด 3 แห่ง โดยมีศูนย์การแข่งขันประจำแต่ละภูมิภาคได้แก่ เชียงใหม่ ขอนแก่น และสุราษฎร์ธานี"
นางสุทัศนีอธิบายว่า เราพยายามให้กระจายไปตามภูมิภาคต่างๆ ซึ่งเราจะใช้ห้องประชุมของโรงเรียนเจ้าภาพนั้นๆ เป็นสถานที่แข่งขันและบันทึกเทปรายการ จากนั้นก็จะนำมาออกอากาศทาง Nation Channel ทุกวันเสาร์ เวลา 17.30 - 18.00 น. หรือช่องทางอินเทอร์เน็ตที่สามารถชมย้อนหลังได้ คือ www.njconnex.com
"สิ่งที่เห็นชัดเจนคือ บรรยากาศการแข่งขันเปลี่ยนไปจากเดิม โดยเฉพาะกองเชียร์ที่มาจากต่างโรงเรียน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนที่ใช้เป็นสถานที่แข่งขันมากนัก ซึ่งมาช่วยสร้างความคึกคักให้กับรายการ โดยเฉพาะการได้เชียร์ทีมโรงเรียนตนเอง มันทำให้เกิดบรรยากาศการมีส่วนร่วมของเกมโชว์มากขึ้น ทำให้เกมสนุกและน่าติดตาม"
นอกจากนี้ ทางโครงการยังได้มีการปรับเปลี่ยนตัวพิธีกรใหม่ โดยปรับโฉมให้ดูเป็นวัยรุ่นมากขึ้น นางสาวสุทัศนีบอกว่า เราได้พิธีกรใหม่ที่มากความสามารถ ชื่อว่า "พี่เต้" สุผจญ กลิ่นสุวรรณ อดีตผู้ประกาศข่าว Nation Channel ดีกรีนักเรียนนอก ภาพลักษณ์ที่ดูเป็นคนรุ่นใหม่ ยิ่งช่วยเพิ่มบรรยากาศการแข่งขันดูไม่เครียดเกินไปนัก จากเดิมที่เราเคยใช้อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งอาจจะทำให้ผู้เข้าแข่งขันซึ่งเป็นเด็กนักเรียนดูเกร็งไปบ้าง
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดของรายการ คือ เนื้อหาและการนำเสนอ ซึ่งเราได้ทีมงานผู้ทรงคุณวุฒิของ NJ ที่เข้าใจและทันกับสถานการณ์ปัจจุบัน สามารถหยิบประเด็นต่างๆ ที่ใกล้ตัว และเป็นความรู้รอบตัว ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน มาสอดแทรก
โดยนางสุทัศนี ย้ำว่า ผู้เข้าร่วมแข่งขันจะได้รับทั้งความรู้รอบตัวและทักษะการใช้ภาษาอังกฤษที่ถูกต้องมากขึ้น ผสมผสานความสนุกของเกมการแข่งขัน ที่ผู้ร่วมแข่งขันจะต้องชิงไหวชิงพริบ ทำให้นักเรียนสามารถที่จะนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง
ซึ่งลักษณะการแข่งขันก็จะแบ่งออกเป็น 4 ช่วง โดยช่วงแรกเป็น Multiple choices 15 ข้อ คำถามทั้งหมด 10 ข้อ มีลักษณะ 3 แบบ แบ่งเป็นคำถามง่าย ปานกลาง และยาก สลับกันไป จะมีคำตอบให้เลือก 3 choices จะเฉลยเมื่อทีมที่ 1 และ 2 ตอบผิด ช่วง 2 คือ Watching and Listening 10 ข้อ ไม่มี choices ให้เลือก โดยคำถามที่ 1 - 5 ดูวิดีโอ 1 เรื่อง แล้วตอบคำถาม 5 คำถาม ส่วนคำถามที่ 6 - 7 ตอบคำถามโดยดูจากรูปภาพ มี 2 รูป เช่นเป็นรูปภาพ Mona Lisa แล้วถามว่า ใครเป็นคนวาดรูปนี้ พอมาถึงช่วงที่ 3 คือ Pictorial Dictation ก็จะมีภาพหนึ่งภาพให้ดู เพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันเขียนคำศัพท์ที่เห็นในภาพ ภายในเวลา 30 วินาที หนึ่งคนดูภาพแล้วบอกเพื่อนให้เขียน และช่วงสุดท้ายคือ Word - Clue Game ให้ใบ้คำ โดยในแต่ละทีมมีผู้ใบ้เพียงคนเดียว คนละ 1 นาที
นางสุทัศนีบอกว่า จากการที่เดินสายแข่งขันในรอบแรก พบว่า ความสามารถด้านทักษะภาษาอังกฤษ ของนักเรียนที่เข้าร่วมแข่งขันส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ดีใช้ได้ โดยเฉพาะพัฒนาการของเด็กในเรื่องความรู้รอบตัว และการกล้าแสดงออกที่มีมากขึ้น แต่สิ่งที่ยังต้องปรับปรุงคือ ทักษะในด้านการฟัง และการเขียน ซึ่งคุณครูที่ปรึกษาแต่ละทีมก็มีความเห็นตรงกัน โดยบอกว่าจะนำประสบการณ์ที่ได้จากการแข่งขันไปปรับปรุงการเรียนการสอนให้ดีขึ้น
"ทีมงานเราจะคุยกันตลอดในเรื่องการปรับปรุงเนื้อหารายการ ตลอดจนวิธีการเล่นเกมที่ไม่ให้ง่ายหรือยากเกินไป การใส่ลูกเล่นเข้าไปให้พอดี ยกตัวอย่างในวิชาคณิตศาสตร์ เราจะตั้งโจทย์เป็นภาษาอังกฤษ นักเรียนก็จะต้องใช้ความรู้ทั้งคำนวณและก็ภาษาอังกฤษควบคู่กันไป หรือถ้าเป็นการฟัง ก็อาจจะแทรกเป็นเพลง หรือไม่ก็เป็นภาพยนตร์ซาวด์แทร็ค ซึ่งจะเป็นประโยคที่ใช้ในชีวิตประจำวัน หรือถ้าเป็นการใบ้คำ ก็จะต้องอธิบายสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษ ให้ผู้ร่วมแข่งขันทายให้ถูก คล้ายรายการมาตามนัด คือนักเรียนจะได้หมด ไม่ว่าจะเป็นการฟัง พูด เขียน และคำศัพท์" นางสุทัศนี กล่าว
|